การดูแลผู้ป่วยให้อาหารทางสายยางจมูก NG


การดูแลผู้ป่วยให้อาหารทางสายยางจมูก
อุปกรณ์สำหรับการให้อาหารทางสายยางจมูก
- ถาด 1 ใบสำหรับใสใ่อุปกรณ์การให้อาหาร
- กระบอกแก้วสำหรับให้อาหาร
- อาหารทางการแพทย์ตามคำสั่งแพทย์ ผสมน้ำสะอาด (น้ำต้มสุกทิ้งให้เย็น)
- สำลีชุบน้ำต้มสุก 2 ก้อน
- ยาตามแพทย์สั่งบดให้ละเอียด (ถ้ามี)
- โกร่งบดยา
- เหยือกหรือแก้ว (ที่มีปริมาตรบอก) สำหรับใส่อาหารเหลวและน้ำเปล่า
การเตรียมตัวก่อนให้อาหารทางสายยางจมูก
- 1. ล้างมือให้สะอาด ล้างมือด้วยสบู่ให้อาหารผู้ป่วย
- 2. ผสมอาหารทางการแพทย์กับน้ำต้มสุก และเตรียมน้ำหลังมื้ออาหารตามจำนวนที่แพทย์สั่ง
- 3. บดยาให้ละเอียด (ถ้ามี) แล้วผสมน้ำใส่แก้วยาเล็ก
- ยาก่อนอาหาร ควรให้ก่อนอาหาร 30 นาที - 1 ชั่วโมง
- ยาหลังอาหาร ให้ตามหลังให้อาหารเสร็จ
- ยาลดกรดควรให้หลังอาหาร 1 ชั่วโมง
- ยาเม็ดต้องบดให้ละเอียด ถ้าเป็นแคปซูล ให้ดึงแคปซูลออก เทยาลงในแก้วยาเล็ก
- ไม่ควรผสมยาหลายชนิดเข้าด้วยกัน จะทำให้เกิดการตกตะกอนและสายให้อาหารอุดตัน
- 4. จัดท่าผู้ป่วยให้นอนศีรษะสูง จัดให้ผู้ป่วยนอนศีรษะสูง ประมาณ 45 - 90 องศา (กึ่งนั่ง) และในกรณีที่ผู้ป่วยช่วยเหลือตนเองไม่ได้ให้ดูดเสมหะ และทำความสะอาดในช่องปากก่อนให้อาหาร
ขั้นตอนการให้อาหารทางยางยางจมูก
- 1. สังเกตตำแหน่งสายให้อาหารว่าอยู่ตำแหน่งเดิมหรือไม่
- 2. เช็ดทำความสะอาดบริเวณปลายสายให้อาหารด้วยสำลีชุบน้ำต้มสุก
- 3. พับสายและต่อกระบอกแก้วเข้ากับสายให้อาหารดูดน้ำย่อย หรืออาหารที่ค้างในกระเพาะอาหารด้วยลูกสูบแก้ว เพื่อทดสอบว่าปลายสายอยู่ในกระเพาะอาหารหรือไม่
- ถ้าดูดอาหารที่ค้างในกระเพาะอาหารได้น้อยกว่า 50 CC และไม่มีอาการ ท้องอืด คลื่นไส้ อาเจียน ให้ใส่อาหารกลับ และสามารถให้อาหารต่อได้
- ถ้าดูดอาหารที่ค้างในกระเพาะอาหารได้มากกว่า 50 CC ให้ใส่อาหารกลับ และงดอาหารไว้ 1 ชั่วโมง แล้วค่อยทดสอบใหม่อีกครั้ง
- ถ้าปริมาณน้อยลงสามารถให้อาหารได้
- ถ้ายังคงมีปริมาณอาหารมากกว่า 50 CC และงดอาหารมื้อนั้น
- 4. พับปลายสายให้อาหารไว้ แล้วปลดกระบอกแก้วออกและดึงลูกสูบออกออกจากกระบอกแก้ว
- 5. นำกระบอกแก้วต่อกับสายยางอีกครั้ง
- 6. เริ่มให้อาหารโดยนำอาหารใส่ในกระบอกแก้ว แล้วปล่อยสายยางให้อาหารไหลอย่างช้าๆ
- 7. สังเกตอาหารผิดปกติขณะให้อาหาร
- ถ้ามีอาเจียนหรือสำลักให้หยุดทันที และดูดอาหารที่ค้างอยู่ออกให้หมด
- 8. หลังอาหารหมดให้พับสาย แล้วให้น้ำตามหลังอาหารหมด ตามจำนวนที่แพทย์สั่งและตามด้วยยาหลังอาหาร
- ถ้ามียาหลายชนิด ควรให้น้ำคั่นระหว่างยาแต่ละชนิดประมาณ 5 CC
- 9. ยกสายให้สูง ไม่ให้มีน้ำตกค้างอยู่ในสาย
- 10. ทำความสะอาดปลายสายด้วยสำลีชุบน้ำสะอาด และปิดสายให้เรียบร้อย
- 11. ให้ผู้ป่วยนอนในท่าศีรษะสูงต่อไปอีกประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการไหลย้อนกลับของอาหาร อาจทำให้อาเจียนได้
ข้อสังเกตเพิ่มเติม
- 1. ควรเปลี่ยนสายให้อาหารทุกๆ 1 เดือน
- 2. กรณีสายเลื่อนมากกว่า 2 นิ้ว ให้งดอาหารไว้และควรพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านทันที
- 3. ถ้าดูดอาหารที่ค้างอยู่แล้วพบว่ามีสีผิดปกติ เช่น สีแดงสด หรือน้ำตาลคล้ำ หรือเป็นเลือดสด
อ้างอิงข้อมูลจาก :
- หน่วยพยาบาลด้านป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ ฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช
- คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ปีพ.ศ. 2564